กรุงเทพมหานคร


กรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานครเดิมเรียกกันว่า” เมืองบางกอก”ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรง ปราบดาภิเษก เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างเมืองบางกอกขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่แทนกรุงธนบุรี โดยสืบทอดศิลปวัฒนธรรม จากกรุงศรีอยุธยาทรงทำพิธียกเสาหลักเมืองเมื่อวันที่เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 แล้วทรงเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2325 ทรงพระราชทานนามพระนครนี้ว่ากรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยามหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถานอมรพิมาน อวตารสถิตสักกะทัตติยะวิษณุกรรมประสิทธิ์เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่4 ทรงเปลี่ยนนามพระนครจากบวรรัตนโกสินทร์เป็นอมรรัตนโกสินทร์

กรุงเทพ มหานครในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครอง การสื่อสาร การพาณิชย์ การเงิน-การธนาคาร การคมนาคมขนส่ง การศึกษา ฯลฯ แบ่งการปกครองเป็น 50 เขต โดยมีพื้นที่ทั้งหมด1,562.2 ตารางกิโลเมตร

ปี พ.ศ. 2515 ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ได้จัดรูปการปกครองจากนครหลวง กรุงเทพธนบุรีและ เทศบาลนครหลวง มาเป็น กรุงเทพมหานครโดยรวมกิจการ ของนครหลวงกรุงเทพธนบุรี องค์การบริหารนครหลวง กรุงเทพ ธนบุรี เทศบาลนครหลวงและสุขาภิบาล ในเขต นครหลวงมาเป็น “กรุงเทพมหานคร“ และได้จัดระเบียบ บริหารราชการกรุงเทพ มหานครใหม่ เป็นลักษณะผสม ระหว่าง ราชการ บริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น แต่ให้มีฐานะเป็นจังหวัด มีผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครเป็นข้าราชการการเมืองแต่งตั้ง โดย คณะรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ

ปี พ.ศ.2516 ต่อมาได้เกิดความไม่สงบ ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายนิติบัญญัติ สภานิติบัญญัติ แห่งชาติได้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2517 ประกาศขึ้นใช้โดยมีมาตรา 16 บัญญัติว่า การปกครองท้องถิ่นทุกระดับ รวมทั้งนครหลวง ให้มีสภาท้องถิ่น และ ผู้บริหาร หรือคณะผู้บริหาร ปกครองท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ในท้องถิ่นนั้น

ปี พ.ศ.- ปัจจุบัน ในปี พ.ศ.2518 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 ขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ได้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 335 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 และ ตาม พระราช บัญญัติระเบียบบริหารราชการ กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 มาตรา 6 ได้บัญญัติ ให้ กรุงเทพ มหานคร แบ่งพื้นที่การ ปกครอง ออกเป็นเขตและแขวงสำหรับพื้นที่เขต คือ อำเภอเดิม ส่วนพื้นที่แขวง คือ ตำบลเดิม

ด้วยเหตุ ตามมาตรา 21 ของ รัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย จึงทำให้กรุงเทพมหานครเข้ายุคแห่งการมีผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครมาจากการแต่งตั้งอีกครั้งหนึ่ง และ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 สภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ลงมติรับหลักการเป็นเอกฉันท์ให้ความ เห็นชอบกับ พระราช บัญญัติระเบียบ บริหารราชการ กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 โดยพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร และสมาชิกสภา กรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเขต ภายใน 30 วัน ซึ่งวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร กำหนดในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 สำหรับสมาชิกสภาเขต ให้มีการ เลือกตั้งในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 ซึ่งนับเป็น ครั้งแรกที่กฎหมายกำหนดให้มีสมาชิกสภาเขต

ที่ตั้ง : ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2
ที่อยู่ : ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง กทม. 10400
โทรศัพท์กลาง 0 2246 0301-2
โทรศัพท์กลาง 0 2221 2141-69
รถประจำทางสายที่ผ่าน 10, 12, 35, 42

ส่งคำร้อง 1555 สายด่วนกรุงเทพมหานคร

ให้ความเห็น

กรมโยธาธิการและผังเมือง

กรมโยธาธิการและผังเมือง


กรมโยธาธิการและผังเมือง ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 จากการรวมกรมโยธาธิการและกรมการผังเมือง เข้าด้วยกันซึ่งเป็นผลจากการปฏิรูประบบราชการ ตามนโยบายรัฐบาล ฯพณฯ พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร โดยบูรณาการ งานที่เกี่ยวเนื่องกันของทั้งสองกรมเข้าด้วยกัน และมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาเมืองที่สัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์ของการผังเมืองอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน

กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย มีภารกิจเกี่ยวกับงานด้านการผังเมืองระดับต่างๆ การโยธาธิการ การออกแบบก่อสร้างและควบคุมการก่อสร้างอาคาร ดำเนินการและสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านการพัฒนาเมือง พื้นที่ และชนบท โดยการกำหนดและกำกับดูแลนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดิน ระบบการตั้งถิ่นฐานและโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการกำหนดคุณภาพ และมาตรฐานการก่อสร้าง ด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการผังเมือง เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีเกิดมาตรฐานความปลอดภัยแห่งสาธารณชน ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และสิ่งปลูกสร้างตามระบบการผังเมืองที่ดี อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีโครงสร้างกรมโยธาธิการและผังเมือง มีภารกิจเกี่ยวกับงานด้านการผังเมืองระดับต่างๆ เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี เกิดมาตรฐานความปลอดภัยแห่งสาธารณชนความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และสิ่งปลูกสร้างตามระบบการผังเมืองที่ดี อันจะนำไปสู่การพัฒนา

ที่ตั้งโยธาธิการและผังเมือง : :
218/1 ถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน
เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
เบอร์โทรศัพท์กลาง : 0-2299-4311, 12

ติดต่อหน่วยงาน:
http://www.dpt.go.th

ให้ความเห็น

กรมทางหลวง


กรมทางหลวง


วันที่ 1 เมษายน 2455 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกกรมครองจากกระทรวงเกษตราธิราชมาขึ้นอยู่กับกระทรวงโยธาธิการ อีกกรมหนึ่งเป็นกรมทางมีหน้าที่ทำทางบกและทางน้ำและเปลี่ยนชื่อกระทรวงโยธา เป็นกระทรวงคมนาคม

ในรัชสมัย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล กองทางก็ได้ยกฐานะขึ้นเป็นกรมทางโอนสังกัดจาก กรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย มาสังกัดกระทรวงคมนาคม ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช
2484 แม้จะได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกรมสังกัดกระทรวงคมนาคมแล้วก็ตามก็ยังไม่มีที่ ทำการเป็นของตนเอง ยังคงอาศัยอยู่ในกรมโยธาเทศบาลที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2491 จึงได้ย้ายไปอยู่ ที่ถนนพระราม 6 ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมทางหลวงในปัจจุบัน และได้ทำพิธีเปิดอาคารที่ทำการของกรมด้านถนนศรีอยุธยา เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2498

กรมทางหลวงมีภารกิจตามอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง
ให้มีโครงข่ายสมบูรณ์ครอบคลุมทั่วประเทศและเชื่อมโยง
กับต่างประเทศ เสนอนโยบายและแผนพัฒนาทางหลวงควบคุมและดำเนินการก่อสร้างบูรณะ
และบำรุงรักษาทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงสัมปทาน ศึกษา วิเคราะห์ วัจัยและพัฒนาจัดทำมาตรฐานและข้อกำหนดเกี่ยวกับงานทางพัฒนาบุคลากร
และเทศโนโลยีที่เกี่ยวข้องในระดับสากลตลอดจนกำกับตรวจตราควบคุมทางหลวง
และงานทางในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวก
รวดเร็วและปลอดภัยในทางหลวงทั่วประเทศเอื้อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง ความมั่นคง และการป้องกันประเทศ

ที่ตั้งกรมทางหลวง

ติดต่อหน่วยงาน:
http://www.doh.go.th

ให้ความเห็น

กรมทางหลวงชนบท

กรมทางหลวงชนบท



ประวัติความเป็นมา
จากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการบริหารประเทศ มี การปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรม ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานในการส่งเสริม คุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ภายใต้กฎกระทรวงการแบ่งส่วนราชการ จึงได้มีการจัดตั้งกรมทางหลวงชนบทขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2545 เป็นหน่วยงานใหม่ที่รวมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างทางที่สั่งสม ประสบการณ์มากกว่า 100 ปี จากกรมโยธาธิการและอีกกว่า 30 ปีจากกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท ซึ่งมีบุคลากรที่เปี่ยมด้วยคุณภาพมารับผิดชอบ ในการก่อสร้างทางและสะพานตามนโยบายของรัฐบาล
ปัจจุบันกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมมีข้าราชการจำนวน 1,896 คนและลูกจ้างประจำจำนวน 1,973 คน รวม 3,869 คน โดยมีอธิบดีคนแรกคือ นายสุรชัย ธารสิทธิพงษ์ และคนปัจจุบันคือ นายระนทร์ จารุ-ดุล สำหรับโครงสร้างของกรมทางหลวงชนบทมีสำนัก/กองในส่วนกลาง จำนวน 9 หน่วยและสำนัก/สำนักงานในภูมิภาคจำนวน 87 หน่วย ครอบคลุมทุกจังหวัดและทุกพื้นที่

“พัฒนา เพิ่มคุณค่า เติมต่อ โครงข่ายทางให้สมบูรณ์อย่างพอเพียงและยั่งยืน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน”
พัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท เพื่อสนับสนุนการคมนาคมขนส่ง การท่องเที่ยว การพัฒนาเมืองอย่างบูรณาการและยั่งยืน แก้ไขปัญหาจราจร โดยสร้างทางเชื่อม (Missing Link) ทางเลี่ยง (Bypass) และทางลัด (Shotcut) รวมทั้งเป็นพี่เลี้ยง (Mentors) การพัฒนาทางหลวงท้องถิ่นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนพัฒนาองค์กร ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย

กรมทางหลวงชนบท มีขอบเขตอำนาจหน้าที่รับผิดชอบดังนี้
เพื่อให้บรรลุผลตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้ตั้งไว้ กรมทางหลวงชนบท ได้กำหนดกลยุทธ์และแนวคิดในการบริหารจัดการ โดยทำการศึกษา วิเคราะห์ สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก จนได้เป็นแผนกลยุทธ์ 6 ข้อ ดังต่อไปนี้

  • พัฒนาและเชื่อมโยงต่อโครงข่ายทางหลวงชนบทให้สอดคล้องกับนโยบาย
    และทิศทางการพัฒนาของประเทศ
  • เชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน และบริการคมนาคมอย่างมีบูรณาการ
  • บำรุงรักษาทางหลวงชนบทให้ไร้หลุมบ่อและจุดเสี่ยงอันตราย
  • ถ่ายทอดความรู้ และเป็นพี่เลี้ยงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการก่อสร้าง และบำรุงรักษาทางหลวงชนบท
  • ให้ประชนมีส่วนร่วมในการดำเนินภารกิจของหน่วยงาน
  • พัฒนาบุคลากร องค์ความรู้ กระบวนการ และวิธีดำเนินการ
  • ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางหลวงชนบท
    รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การก่อสร้างถนน,สะพาน,เส้นทางลัด-ทางเลี่ยง เป็นต้น
  • วิจัยและพัฒนางานก่อสร้าง บูรณะ และบำรุงรักษาทางหลวงชนบท
  • ดำเนินการจัดทำมาตรฐานและข้อกำหนดทางหลวงชนบท ตลอดจนกำกับและตรวจสอบเพื่อให้มีการดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐานและข้อกำหนด
  • ดำเนินการฝึกอบรมและจัดทำคู่มือ ตลอดจนให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับวิศวกรรมงานทางแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ร่วมมือและประสานงานด้านงานทางกับองค์กรและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งใน
    และนอกประเทศ
  • ปฏิบัติการอื่นใดตามกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือคณะ รัฐมนตรีมอบหมายจากขอบเขตอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบดังกล่าว กรมทางหลวงชนบทได้กำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ ในการดำเนินงานโดยสอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินตามที่รัฐบาลได้ กำหนดไว้ เช่น โครงการพระราชดำริ โครงการสนับสนุนพัฒนาถนนผังเมือง โครงการสนับสนุนยุทธศาสตร์ Logistics เป็นต้น

ที่ตั้งกรมทางหลวงชนบทบางบัว:
ศูนย์เทคโนโลยีและสารสนเทศ
301 พหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขต บางเขนกรุงเทพมหานคร10220
02-521-1416 ต่อ 1614,1627

ที่ตั้งกรมทางหลวงชนบทสามเสน:
สำนักงานเลขานุการกรม
218/1 ถนนพระรามที่ 6 เขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร10400
02-299-4315

ติดต่อหน่วยงาน
http://www.dor.go.th

ให้ความเห็น

การเคหะแห่งชาติ

การเคหะแห่งชาติ


การ เคหะแห่งชาติเป็นองค์กรหลักในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริมความมั่นคงในการอยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองของประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ในชุมชน สร้างสรรค์สังคมที่เข้มแข็ง มีคุณภาพ และน่าอยู่อย่างยั่งยืน

-สร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในชุมชน
-สนับสนุนและพัฒนาที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐและหน่วยงานรัฐ
-พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ในลักษณะเมืองใหม่ ฟื้นฟูชุมชนเมือง
-เสนอแนะนโยบายและแผนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประเทศ

บทบาท

* เสนอแนะนโยบายและแผนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประเทศ
* สร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชิตประชาชนในชุมชน
* สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัย
* สนับสนุนและพัฒนาที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐและหน่วยงานของรัฐ สนับสนุนการพัฒนาเมืองและฟื้นฟูชุมชนเมือง

แผนงานตามนโยบายรัฐ ประกอบด้วย
-โครงการบ้านเอื้ออาทร
-โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน

แผนงานตามภารกิจหลักของการเคหะแห่งชาติ ประกอบด้วย
โครงการให้บริการหน่วยงานของรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยให้แก่กลุ่มข้าราชการผู้มี รายได้น้อย พนักงาน หน่วยงานของรัฐผู้มีรายได้น้อย ให้มีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน ในชุมชนที่มีสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมและมีความมั่นคงในการอยู่อาศัยทั้งที่เป็นของตนเองหรือได้เช่า ระยะยาวในระดับราคาที่สามารถรับภาระได้ สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยตาม พรบ.แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ

  • ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับภารกิจ
    และสภาพเศรษฐกิจโดยเฉพาะเทคโนโลยีการก่อสร้างในระบบอุตสาหกรรม (Mass Production) ซึ่งจะช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการก่อสร้าง
  • สนับสนุนให้มีการนำทฤษฎีการออกแบบและเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่มา
    ประยุกต์ใช้ในการก่อสร้างได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
  • สร้างพันธมิตรความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานภาครัฐ
    และเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อร่วมศึกษา
    พัฒนาและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างที่อยู่อาศัย
  • จัดทำและพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารด้านเทคโนโลยีและนวตกรรมการก่อสร้าง
    ที่อยู่อาศัยให้เป็นฐานข้อมูลระดับชาติ
  • ยุทธศาสตร์เพื่อเป็นศูนย์การสารสนเทศที่อยู่อาศัยแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อ
    จัดให้มีฐานข้อมูลที่อยู่อาศัยที่สามารถนำไปใช้วิเคราะห์สำหรับการกำหนดนโยบายวางแผน
    และการจัดการด้านที่อยู่อาศัยของประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป้าหมายการดำเนินเนินงาน
  • พัฒนาเป็นศูนย์วิชาการและสารสนเทศที่อยู่อาศัยแห่งชาติเพื่อประโยชน์ในการบริหาร
  • จัดการของการเคหะฯเองและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์์ของภาคเอกชนและเพื่อภาครัฐสามารถ
    นำข้อมูลไปเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติศึกษา วิเคราะห์ วิจัยด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบ
  • สร้างพันธมิตรกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัยพัฒนาสมาคมวิชาชีพตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • จัดทำและจัดให้มีระบบฐานข้อมูลทางด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีความถูกต้องเป็นกลาง น่าเชื่อถือ ทันสมัย มีความต่อเนื่องและสามารถเผยแพร่ได้ตามกำหนดเวลา
  • จัดทำ จัดให้มีการศึกษา วิเคราะห์วิจัย ทางด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบของการพัฒนาที่อยู่ อาศัยที่มีต่อระบบเศรษฐกิจมหภาค รวมทั้งดัชนีชี้วัดทางด้านที่อยู่อาศัยและอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง
  • จัดทำรูปแบบในการวิเคราะห์ด้านต่าง ๆที่เกี่ยวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะ Demand & Supplyเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์์และ

การคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตเพื่อส่งสัญญาณป้องกันการเกิดวิกฤตอสังหาริมทรัพย์

ที่ตั้ง : การเคหะแห่งชาติ
905 ถ. นวมินทร์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 0-2351-7777 Email : prdi@nha.co.th

ติดต่อหน่วยงาน : http://www.nha.co.th/

ให้ความเห็น

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย


“ทางพิเศษ” หมาย ถึง ทางหรือถนนซึ่งจัดสร้างขึ้นใหม่ ไม่ว่าในระดับพื้นดิน เหนือพื้นดินหรือพื้นน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจราจรเป็นพิเศษ และหมายความรวมถึงทางซึ่งใช้สำหรับรถรางเดียวหรือรถใต้ดิน สะพานอุโมงค์เรือสำหรับขนส่งรถข้ามฟาก ท่าเรือสำหรับขึ้นลงรถ ทางเท้า ที่จอดรถ เขตทาง ไหล่ทาง เขื่อนกั้นน้ำ ท่อทางระบายนํ้า กำแพงกันดิน รั้วเขต หลักระยะ สัญญาณจราจร เครื่องหมายจราจร และอาคารหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับงานทางพิเศษ

ลำดับความเป็นมา

พ.ศ.2509 รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาสำรวจแก้ไขเหตุขัดข้อง และวางแผนการจราจรทางบก
พ.ศ.2512 คณะกรรการพิจารณาสำรวจแก้ไขเหตุขัดข้องและวางแผนการจราจรทางบก ได้เสนอความเห็นต่อรัฐบาลขอให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ประสานงานขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน เพื่อส่งเชี่ยวชาญมาทำการสำรวจศึกษาและวางแผนแม่บท สำหรับการจราจรในกรุงเทพมหานคร
พ. ศ.2513 กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ (สมัยนั้น) ได้เสนอผ่านคณะรัฐมนตรีขอให้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้ง องค์การเก็บค่าผ่านทางขึ้น โดยให้กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าของเรื่อง
21 กันยายน 2514 คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งองค์การเก็บค่า ผ่านทางโดยมี นายถวิล สุนทรศารทูล เป็นประธานกรรมการ
20 ตุลาคม 2514 คณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งองค์การเก็บค่าผ่านทาง ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่างกฎหมายองค์การเก็บค่าผ่านทาง และคณะอนุกรรมการพิจารณาจัดรูปแบบองค์การเก็บค่าผ่านทาง
17 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2515 กระทรวงมหาดไทย ได้ส่งเจ้าหน้าที่รวม 4 คน ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี เพื่อศึกษารายละเอียดประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายและการจัดรูปแบบองค์การฯ
27 พฤศจิกายน 2515 คณะอนุกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายองค์การเก็บค่าผ่านทาง ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งองค์การเก็บค่าผ่านทาง และคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยในขณะนั้นอยู่ในรัฐบาลของคณะปฏิวัติ คณะกรรมการกฤษฎีกาจึงได้ยกร่างแก้ไขจากพระราชบัญญัติเป็นประกาศของคณะ ปฏิวัติ และได้ประกาศใช้เป็นกฎหมายตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 290 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2515
พ. ศ.2515 ตามประกาศคณะปฏวัติฉบับที่ 290 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2515 (กทพ.)ขึ้นเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นทุกวันที 27 พฤศจิกายน ของทุกปี จึงเป็น จึงนับเป็นวันคล้ายวันก่อตั้ง กทพ. ปัจจุบันครบรอบปีที่ 30 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ที่ผ่านมา
พ.ศ. 2545 รัฐบาลไทย กำหนดนโยบายการปฎิรูประบบราชการและได้ตราพระราชกฤษฏีกา จำนวน 2 ฉบับ คือ

1. พระราชกฤษฏีกาโอนกิจการบริหาร และอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวงทบวง กรม พ.ศ. 2545

2. .พระราชกฤษฏีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วน ราชการ กระทรวงมหาดไทย โอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ไปอยู่ภายใต้ กระทรวงคมนาคม นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2545

ภายใต้การดำเนินงานตามทิศทางและยุทธศาสตร์ กทพ. มีความมั่นใจว่า ผู้ใช้บริการจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และพึงพอใจในการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ส่วนชุมชน ประชาชนและผู้อยู่อาศัยใกล้ทางพิเศษจะได้รับการดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นอย่างดี ซึ่งเอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในขณะเดียวกัน กทพ. ก็จะมีการให้บริการอย่างมีนวัตกรรม การบริหารกำกับดูและองค์การที่ดี การส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่พนักงาน ซึ่งจะส่งผลให้ กทพ. บรรลุสภาวะที่ต้องการ คือ ความเป็นเลิศและเติบโตอย่างยั่งยืน ในระยะยาวต่อไป
สืบเนื่องจาก ปัญหาการจราจรติดขัดได้เกิดความสูญเสียและความสูญเปล่าทางด้านเศรษฐกิจของ ประเทศอย่างใหญ่หลวงและมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับรัฐบาลจึงได้ พิจารณาจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมาเพื่อศึกษารูปแบบ จัดสร้างและบริหาร ก่อตั้ง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ขึ้น โดยให้ทำหน้าที่ก่อสร้าง “ทางพิเศษ” เพื่อบรรเทาและแก้ปัญหาการจราจรดังกล่าว

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นรัฐวิสาหกิจที่ก่อตั้งขึ้นตามวัตถุประสงค์ข้างต้น โดย ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 290 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 ให้ดำเนินการในรูปของรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงมหาดไทยโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะดำเนินการก่อสร้างหรือจัดให้มี ทางพิเศษ บำรุงรักษาทางพิเศษ จัดดำเนินการหรือควบคุมธุรกิจเกี่ยวกับระบบการขนส่งมวลชน ตลอดจนดำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับทางพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วในการจราจรและการขน ส่งเป็นพิเศษ ช่วยขจัดปัญหาและอุปสรรคในส่วนที่เกี่ยวกับเส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ที่ตั้งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย:

สํานักงานใหญ่จตุจักร

2380 ถ.พหลโยธิน แขวงเสนานิคม
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 0-25795380-9, 0-25620044, 0-29401199

ติดต่อหน่วยงาน:
http://www.eta.co.th

ให้ความเห็น

กรมที่ดิน

กรมที่ดิน


การจัดที่ดินของรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนที่ยากจน ดำเนิน การจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่ยากจนตามโครงการต่าง ๆ ได้แก่ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดน และโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง การพัฒนาระบบการออกเอกสารสิทธิในที่ดินสนับสนุนการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน

-การดำเนินงานออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ราษฎร
-ให้บริการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น
-รังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงในที่ดิน สาธารณประโยชน์และในที่ราชพัสดุ
-การรังวัดและทำแผนที่
-จัดที่ทำกินให้ประชาชนตามประมวลกฎหมายที่ดิน

ที่ตั้งสำนักงานกรมที่ดิน:
ถนนพระพิพิธ แขวงพระราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (10200)
โทร. 0-2225-5758, 0-2622-3490
โทรสาร 0-2225-5734

ติดต่อหน่วยงาน :
http://www.dol.go.th/

ให้ความเห็น

Older Posts »